ฟังแล้วจำเลยนำไปเขียน 01 Opeth - Orchid (1995)

ฟังแล้วจำเลยนำไปเขียน 01


"เป็นบทความที่พูดถึงอัลบั้มที่ประทับใจส่วนตัว ในพาร์ทดนตรีจากคนชอบฟังเพลงแบบเรียลๆ แบบจริงๆทฤษฎีมีแบบน้อยนิดถูกมั้ยไม่รู้ แต่จะมาอธิบายให้มันเห็นภาพ พูดถึงดนตรีล้วนๆ เนื้อร้องมีบ้างแต่น้อย พูดในฐานะคนชอบฟังเพลงแบบถวายชีวิต"

ปกพื้นหลังสีดำ พร้อมดอกกล้วยไม้จำนวน 2 ดอก และโลโก้วงสีเหลือง เป็นภาพจำแรกที่สงสัยผนวกกับความสงสัยว่านี่มันคือปกอัลบั้มจริงเหรอ

อัลบั้มเปิดตัวของวงจากเมืองหนาว ส่งตรงจากสวีเดน นามว่า Opeth ซึ่งชื่อวงนี้ แน่นอน เชื่อว่าทุกคนไม่รู้จักมัน แต่ผมรู้จักโดยบังเอิญจากแชแนลยูทูปที่ทำการคัฟเวอร์กลอง เมื่อปี 2013 ด้วยวัยที่เริ่มต้นหัดฟังดนตรีเมทัล เหลือบไปเห็นคลิปที่มีความยาว 10 นาที ได้แต่สงสัยว่า “นั่นมันเพลงแนวะ”


(จาก https://lastfm.freetls.fastly.net/i/u/770x0/2b660a381c99f94d19ceacef4a2a2a3f.jpg)



แต่เพลงนั้นเป็นผลงานในช่วงยุคหลังมาแล้วพอสมควร นาม The Grand Conjuration จากอัลบั้มขึ้นหิ้งในตำนาน Ghost Reveries หนึ่งในอัลบั้มที่มักจะติดอันดับอยู่เสมอหากมีการจัดอันดับ อัลบั้มแนว Progressive Metal ที่ดีที่สุดตลอดกาลควรค่าแก่การฟัง (เดะไว้มีโอกาสจะเขียนแน่นอนสำหรับอัลบั้มนี้)

วง Opeth ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากด้วยการออกอัลบั้มที่มีเพลง 10 นาทีขึ้น ในปี 1995 ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนจะต้องเกิดความสงสัยว่า ไอ้วงนี้มันมาจากไหนของมัน ท่ามกลาง ณ ช่วงเวลานั้นที่รายล้อมไปด้วยวงและเพลงแนว Alternative ระดับโลกมากมาย เช่น Nirvana, Alice in Chains, Soundgarden, Pearl Jam, Silverchair, etc. การออกอัลบั้มที่มีเพลงจำนวนเพียง 5 เพลง (ไม่รวมเพลงบรรเลง) และทุกเพลง 10 นาทีขึ้น ก็ได้ทำให้เกิดความน่าสนใจที่อยากลองฟังมัน ด้วยพื้นฐานเป็นเด็ก Prog-guy คนนึง

อ่ะ ได้เวลากลับเข้าสู่เนื้อหา อัลบั้ม Orchid เป็นอัลบั้มที่ได้ฟังหลังจากได้ทำการดำดิ่งความมืดมิดและความหนาวเหน็บของวง ไปได้ซักระยะพอสมควร จึงทำการไล่ฟังให้ครบทุกแทร็คที่มี จนได้พบเจอกับอัลบั้มนี้ ซึ่งความเห็นของผู้ที่ฟังส่วนใหญ่จะบอกไปในทางเดียวกันว่า “ควรฟังซักครั้ง” “งานแบล็คเมทัลชั้นดีจากสวีเดน” ทำให้เกิดความสนใจที่อยากลองฟังดูมากยิ่งขึ้น

รีวิวเพลงแบบ Track by Track



(จาก https://cdn.shopify.com/s/files/1/0308/8852/5956/products/17_11_202_25p.m.OfficeLens693_826x700.jpg?v=1613123167)



Track 01 In Mist She was Standing 14:09
เสียงฟลอร์ทอมดังปึ้งขึ้นมายังคงติดหูอยู่เสมอ บทเพลงโหมโรงอัลบั้มด้วยความยาว 14 นาที ตอนเห็นความยาวก็ได้แค่สงสัยว่า เพลงจะยาวไปไหนวะเนี่ย แต่สิ่งที่เกินคาดคือ เป็นเพลงที่มีสัดส่วนดนตรีที่ซับซ้อน ผนวกกับลายกีตาร์ประสาน พร้อมกับกลองและเบสที่ยึดกันเหนียวแน่น มีบางส่วนของเพลงที่เปลี่ยนเป็นพาร์ทอะคูสติกที่ใช้เป็นกีตาร์คลาสสิค คลอสลับไปมากับท่อนที่หนักหน่วงตลอดทั้งเพลง ก่อนจะจบการบรรเลงกีตาร์ประสานอย่างสวยงาม เป็น 14 นาที ที่จบไปอย่างรวดเร็ว จนรู้สึกแปลกใจ

Track 02 Under the Weeping Moon 9:52
เป็นเพลงแรกในอัลบั้มนี้ที่ได้มีการโอกาสฟัง จากการแสดงสดของวง เพลงเริ่มต้นกีตาร์โปร่งที่เล่นซ้อนกันไปมา คนละไลน์ ก่อนจะเซอร์ไพรส์ด้วยกลองพร้อมกับกีตาร์และเบสที่แผดออกมา ก่อนที่จะผ่อนลงในช่วงกลางเพลง ที่ได้กลิ่นอายของดนตรี Psychedelicที่กินไปค่อนครึ่งเพลงได้ ก่อนที่จะมีการใช้สัดส่วนของความเป็น Progressive ผสมกันเป็นลูกเล่นภายในเพลง และจบลงด้วยการใช้กีตาร์เป็นเมโลดี้หลักคลอจนจบเพลงไป

Track 03 Silhouette (Instrumental) 3:07
เพลงบรรเลง ที่ใช้เปียโนออร์แกนทั้งเพลง เริ่มเล่นด้วยความอืดอาด และหม่น ได้กลิ่นอายของความเป็น Black Metal

Track 04 Forest of October 13:05
เชื่อว่าเป็นเพลงที่ดังที่สุด (เพราะวงชอบเอามาเล่นบ่อย) และตัวเองก็ชอบมากที่สุด ด้วยดนตรีหลายสไตล์ หลายอารมณ์ สัดส่วนที่ซับซ้อน มีกลิ่นอายทั้งความเป็น Death/Black/Melodic/Progressive Metal เรียกได้ว่ามีทุกช่วงสัดส่วนที่พร้อมจะเสนอให้รู้สึกว้าวได้อยู่ตลอดเวลา การเปิดเพลงด้วยกีตาร์ประสานอีกเช่นเคย ก่อนจะเปลี่ยนจังหวะเป็นจังหวะที่เร็วมากยิ่งขึ้น ช่วงกลางของเพลงท่อนโซโล่ (แนะนำ) เป็นท่อนโซโล่ที่อยู่ในความทรงจำ มีความรู้สึกว่าเป็นโซโล่ที่สลับกันไปมาได้อย่างเท่และสวยงามในแบบของมัน ก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์ไปอีกรูปแบบช่วงท้ายของเพลงที่กลายเป็นอะคูสติก ปิดจบสำหรับมหากาพย์ป่าทึบแห่งเดือนตุลาคม

Track 05 The Twilight is My Robe 11:01
เป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีความซับซ้อนและความดุดันทั่วไปคล้ายกับเพลงอื่น แต่ความน่าสนใจของเพลงนี้คือช่วงกลางเพลงที่มีการโชว์ไลน์เบสที่มีความน่าสนใจได้พอสมควร ถือเป็นอีกเพลงที่ดี แต่ไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น

Track 06 Requiem (Instrumental) 1:11
ไลน์เบสนำหน้าพร้อมกับกีตาร์โปร่งที่คอยบรรเลงคลอตลอดทั้งเพลง ช่วงแรกมีความหม่นก่อนที่จะดูสว่างในช่วงท้ายเพลง

Track 07 The Apostle In Triumph 13:01
บทเพลงปิดจบอัลบั้ม ที่มีสัดส่วนของทางคอร์ดของกีตาร์และกลองค่อนข้างแปลกประหลาด เป็นเพลงที่เริ่มต้นด้วยกีตาร์โปร่งและการใช้เครื่องดนตรีแบบวงอะคูสติก ก่อนที่จะ Fade Out ออกไป และขึ้นด้วยอินโทรที่ซ้อนทับอีกที เป็นเพลงปิดจบที่ค่อนข้างแปลก เหมือนกับว่าเพลงนี้ทำมาเพื่อให้แทร็คครบในอัลบั้มตามจำนวนเทปที่มีกระมั้ง

สรุปโดยรวม Orchid เป็นอัลบั้ม Debut ที่ดีและมีความน่าสนใจของความเป็น Black/Death/Progressive Metal เหมาะแก่การฟัง ถ้าคุณเป็นสายชอบกีตาร์ที่แผดและแห้ง ถ้าคุณชอบวง Mayhem, Darkthrone, Emperor ในขณะเดียวกันคุณก็ชอบสาย Prog ด้วย อัลบั้มนี้ถือว่าตอบโจทย์

ให้คะแนนส่วนตัว 7/10 เป็นอัลบั้มที่มีความคัลท์ในแบบของมัน แต่มีข้อเสียที่ค่อนข้างเยอะในตัวของมันเอง คือ เพลงที่ยาวและยืดเยื้อเกินไป ในฐานะที่เป็น Prog-guy คนนึง แต่รู้สึกว่าบางช่วงมันอืดและหนืดจนยานในขณะที่ฟังอยู่ ใครเป็นสายฟัง Progressive ที่แพรสพราวเฉกเช่น Dream Theater & Symphony X บอกเลยว่าวงนี้เขาไม่ต้อนรับคุณแน่นอน แต่ถ้าคุณเป็นสายฟัง Death/Black Metal และเป็นสาย Psychedelic ที่ชอบฟัง King Crimson, Yes, Pink Floyd วงนี้ค่อนข้างจะเป็นมิตรกับคุณ

สุดท้ายแล้ว อัลบั้มนี้ไม่เหมาะสำหรับคนฟังวงนี้ครั้งแรก แต่เหมาะสำหรับคนที่ฟังผลงานของ Opeth มาได้ระดับที่ลึกพอสมควร ส่วนใครเป็นสายชอบดนตรี Black Metal คุณอาจจะหลงรักอัลบั้มนี้แบบโคตรๆ เพราะเป็นงานในยุคที่ Opeth มีความเป็น Black Metal มากที่สุด ก่อนจะเริ่มลดทอนลงในอัลบั้มถัดมาและมีความเป็น Progressive ที่มากขึ้น (Morningrise)

วันที่ 15 พฤษภาคม นี้ ครบรอบ 28 ปีเต็มของอัลบั้ม Orchid ผลงานชุดทองคำอีกชุดที่ควรค่าแก่การได้ลิ้มลองฟังดู แม้เพลงจะโคตรยาวไปนิสนึง

เพลงที่แนะนำ : Forest of October, Under the Weeping Moon



Comments

Popular posts from this blog

ฟังแล้วจำเลยนำไปเขียน 07 Nirvana - Bleach (1989)

ฟังแล้วจำเลยนำไปเขียน 06 Red Hot Chili Peppers - Californication (1999)

ฟังแล้วจำเลยนำไปเขียน 05 Dream Theater - Octavarium (2005)